ทำไมใบเสนอราคาทำเว็บถึงต่างกัน 5,000 กับ 50,000
สถานการณ์ที่เจอบ่อยคือ ขอใบเสนอราคาสามเจ้า ได้มา 6,000 / 25,000 / 60,000 ทั้งที่บอกความต้องการเหมือนกันทุกคำ
คำถามคือใครโกง คำตอบส่วนใหญ่คือ ไม่มีใครโกง แต่ทั้งสามกำลังเสนอของคนละอย่าง
ส่วนต่างอยู่ตรงไหน
1. หน้าเว็บที่คนเห็น เป็นแค่ส่วนน้อยของงาน
งานที่มองไม่เห็นแต่ใช้เวลามากกว่า คือระบบหลังบ้านที่ให้เจ้าของแก้เนื้อหาเองได้ ระบบสมาชิก การจัดการสิทธิ์ และการเชื่อมต่อฐานข้อมูล
เว็บ 6,000 บาทมักไม่มีส่วนนี้ ซึ่งไม่ผิด ถ้าธุรกิจไม่ต้องอัปเดตอะไรบ่อย
2. ออกแบบใหม่ กับ ปรับแม่แบบสำเร็จรูป
การออกแบบใหม่ให้ตรงกับแบรนด์ใช้เวลาหลายเท่าของการปรับแม่แบบที่ซื้อมา ทั้งสองทางมีที่ใช้ ขึ้นกับว่าธุรกิจต้องการความแตกต่างมากแค่ไหน
3. ทดสอบมากน้อยแค่ไหน
เว็บที่ทดสอบครบจะถูกเปิดดูบนหลายขนาดหน้าจอ หลายเบราว์เซอร์ และลองกรอกข้อมูลผิด ๆ เพื่อดูว่าระบบรับมือไหวไหม ขั้นตอนนี้กินเวลาจริงและเป็นสิ่งแรกที่ถูกตัดเมื่อราคาต้องถูก
ต้นทุนที่ลูกค้ามองไม่เห็น
| งาน | ลูกค้าเห็นไหม | สัดส่วนเวลาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| คุยเก็บความต้องการ | เห็นบางส่วน | 10% |
| ออกแบบหน้าจอ | เห็น | 20% |
| เขียนโค้ดหน้าเว็บ | เห็นผลลัพธ์ | 25% |
| ระบบหลังบ้าน | ไม่เห็น | 30% |
| ทดสอบและแก้ | ไม่เห็น | 15% |
ครึ่งหนึ่งของงานเป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่เห็น จึงเป็นเหตุผลที่คนมักรู้สึกว่า "แค่นี้ทำไมแพง"
ราคาถูกผิดปกติ มักถูกเพราะอะไร
- ใช้แม่แบบสำเร็จรูปโดยแทบไม่ปรับ ทำให้เว็บหน้าตาเหมือนอีกหลายพันเว็บ
- ไม่มีระบบหลังบ้าน แก้เนื้อหาต้องจ้างทุกครั้ง
- ไม่รวมค่าโดเมนและพื้นที่เก็บเว็บ ต้องจ่ายเพิ่มทีหลัง
- ไม่มีการรับประกันหลังส่งมอบ เจอปัญหาแล้วติดต่อไม่ได้
- จดโดเมนในชื่อผู้รับงาน ทำให้ย้ายไปที่อื่นไม่ได้
ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่สร้างปัญหาระยะยาวมากที่สุด และเป็นสิ่งที่ควรถามให้ชัดก่อนตกลง
วิธีเปรียบเทียบให้เป็นธรรม
อย่าเทียบแค่ตัวเลขสุดท้าย ให้ขอให้แต่ละเจ้าตอบสี่ข้อนี้เป็นลายลักษณ์อักษร
- ส่งมอบอะไรบ้าง และโดเมนกับซอร์สโค้ดอยู่ในชื่อใคร
- มีระบบให้แก้เนื้อหาเองไหม
- ค่าใช้จ่ายรายปีหลังจากนี้เท่าไหร่
- รับประกันหลังส่งมอบกี่เดือน ครอบคลุมอะไร
เมื่อได้คำตอบครบ ราคาที่ดูต่างกันสิบเท่าจะเริ่มอธิบายตัวเองได้ และคุณจะเห็นว่าบางใบที่ดูแพง จริง ๆ แล้วรวมของที่อีกใบไม่มี
สรุป
ราคาที่ถูกที่สุดไม่ใช่ราคาที่คุ้มที่สุดเสมอไป และราคาที่แพงที่สุดก็ไม่ได้แปลว่าดีที่สุด
สิ่งที่ควรเทียบคือสิ่งที่ได้รับต่อบาทที่จ่าย และที่สำคัญกว่านั้นคือ ธุรกิจของคุณต้องใช้อะไรจริง ๆ