สัญญาจ้างทำเว็บ ควรระบุอะไรถึงจะไม่มีปัญหาทีหลัง
งานทำเว็บส่วนใหญ่ในไทยตกลงกันด้วยการแชทและใบเสนอราคา ซึ่งใช้ได้ในงานเล็ก แต่พอมูลค่าเกินหลักหมื่นควรมีเอกสารที่ชัดกว่านั้น
สัญญาไม่ได้มีไว้ฟ้องกัน แต่มีไว้ให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าอะไรอยู่ในงาน อะไรไม่อยู่
1. ขอบเขตงาน จุดที่เกิดข้อพิพาทมากที่สุด
เขียนให้ละเอียดจนไม่ต้องตีความ
- จำนวนหน้าและชื่อหน้าทั้งหมด
- ฟีเจอร์แต่ละอย่างที่จะมี
- ใครเป็นคนเตรียมเนื้อหาและรูปภาพ
- รองรับอุปกรณ์และเบราว์เซอร์ใดบ้าง
ข้อสำคัญ ควรมีประโยคว่า "งานที่อยู่นอกเหนือรายการข้างต้น ถือเป็นงานเพิ่มเติมที่ต้องตกลงราคากันใหม่" ประโยคเดียวนี้ป้องกันปัญหาได้มากที่สุด
2. งวดการชำระเงิน
รูปแบบที่เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายคือแบ่งตามความคืบหน้า
| งวด | สัดส่วน | เมื่อไหร่ |
|---|---|---|
| 1 | 30-50% | เริ่มงาน |
| 2 | 30% | อนุมัติแบบหน้าจอ |
| 3 | ส่วนที่เหลือ | ส่งมอบและตรวจรับ |
ควรระบุด้วยว่า "ตรวจรับ" หมายถึงอะไร และถ้าลูกค้าไม่ตอบกลับภายในกี่วันให้ถือว่าตรวจรับแล้ว
3. ลิขสิทธิ์และความเป็นเจ้าของ
ระบุให้ชัดว่าเมื่อชำระครบแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นของผู้ว่าจ้าง
- ซอร์สโค้ดทั้งหมด
- ไฟล์ออกแบบ
- ชื่อโดเมน
- ข้อมูลทั้งหมดในระบบ
ส่วนที่มักเป็นข้อยกเว้นคือไลบรารีหรือแม่แบบที่ผู้รับงานซื้อลิขสิทธิ์มา ควรระบุแยกให้ชัดว่ามีอะไรบ้างและใช้ต่อได้ในเงื่อนไขใด
4. ระยะเวลารับประกัน
ทั่วไปอยู่ที่ 30-90 วันหลังส่งมอบ สิ่งที่ต้องเขียนให้ชัดคือความต่างระหว่างสองอย่างนี้
- แก้ข้อบกพร่อง ระบบทำงานไม่ตรงกับที่ตกลง ต้องแก้ให้ฟรีในระยะรับประกัน
- เพิ่มความสามารถ สิ่งที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตเดิม คิดเงินเพิ่ม
5. เงื่อนไขการยกเลิก
ไม่มีใครอยากคิดถึงข้อนี้ แต่ควรมี ระบุว่าถ้ายกเลิกกลางทาง
- ผู้ว่าจ้างได้รับงานที่ทำไปแล้วในสภาพใด
- เงินที่จ่ายไปแล้วคืนหรือไม่ ส่วนไหน
- ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน
สรุป
สัญญาที่ดีไม่จำเป็นต้องยาวหรือใช้ภาษากฎหมายซับซ้อน เอกสารสองหน้าที่เขียนชัดเจนดีกว่าสิบหน้าที่อ่านไม่เข้าใจ
หลักง่าย ๆ คือ ถ้าอ่านแล้วยังตีความได้สองแบบ ให้เขียนใหม่ให้เหลือแบบเดียว