ขายของออนไลน์ ควรทำเว็บเอง หรือขายบนแพลตฟอร์มพอ
คำถามนี้มักถูกตอบแบบสุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง แต่ความจริงคือทั้งสองทางมีที่ใช้ และร้านที่โตส่วนใหญ่ทำทั้งคู่
ข้อดีของแพลตฟอร์มที่ปฏิเสธไม่ได้
- มีคนเดินผ่านอยู่แล้ว ไม่ต้องหาลูกค้าเองตั้งแต่ศูนย์
- ระบบชำระเงินและขนส่งพร้อม ไม่ต้องเซ็ตอะไร
- ลูกค้าเชื่อใจอยู่แล้ว เพราะมีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ
- เริ่มได้ทันทีโดยไม่มีต้นทุนตั้งต้น
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่ม การเปิดร้านบนแพลตฟอร์มก่อนเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
ต้นทุนที่มองไม่เห็นของแพลตฟอร์ม
1. ค่าธรรมเนียมสะสมมากกว่าที่คิด
ค่าธรรมเนียมรวมมักอยู่ที่ประมาณ 5-12 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย ลองคำนวณดู
| ยอดขายต่อเดือน | ค่าธรรมเนียมที่ 8% | ต่อปี |
|---|---|---|
| 50,000 | 4,000 | 48,000 |
| 150,000 | 12,000 | 144,000 |
| 300,000 | 24,000 | 288,000 |
ที่ยอด 150,000 ต่อเดือน ค่าธรรมเนียมปีเดียวสูงกว่าค่าทำเว็บพร้อมระบบขายเต็มรูปแบบหลายเท่า
2. ข้อมูลลูกค้าไม่ใช่ของคุณ
คุณเห็นชื่อและที่อยู่สำหรับจัดส่ง แต่ไม่สามารถติดต่อลูกค้าโดยตรงเพื่อบอกโปรโมชันได้ ถ้าวันหนึ่งย้ายออก ฐานลูกค้าไม่ได้ย้ายตามไปด้วย
3. กติกาเปลี่ยนได้ตลอด
ค่าธรรมเนียมขึ้น เงื่อนไขการแสดงสินค้าเปลี่ยน หรือบัญชีถูกระงับ ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่นอกการควบคุมของคุณ
จุดที่ควรเริ่มมีเว็บของตัวเอง
ถ้าเข้าข่ายสองข้อขึ้นไป ถึงเวลาแล้ว
- ยอดขายเกิน 100,000 บาทต่อเดือนอย่างสม่ำเสมอ
- มีลูกค้าประจำที่ซื้อซ้ำ
- สินค้าต้องอธิบายมากกว่าที่แพลตฟอร์มให้ใส่ได้
- อยากทำโปรโมชันเฉพาะกลุ่ม
- เริ่มรู้สึกว่าค่าธรรมเนียมกินกำไรมากเกินไป
วิธีที่ได้ผลที่สุดคือทำทั้งสองอย่าง
ใช้จุดแข็งของแต่ละทางให้ถูก
| แพลตฟอร์ม | เว็บของตัวเอง | |
|---|---|---|
| บทบาท | หาลูกค้าใหม่ | รักษาลูกค้าเดิม |
| เหมาะกับ | สินค้ายอดนิยม | สินค้าที่ต้องอธิบาย |
| กำไรต่อชิ้น | น้อยกว่า | มากกว่า |
ให้แพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็นช่องทางที่คนรู้จักคุณครั้งแรก แล้วค่อย ๆ ดึงลูกค้าประจำมาซื้อผ่านเว็บที่กำไรดีกว่า
สรุป
อย่ามองเป็นการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เริ่มจากแพลตฟอร์ม แล้วสร้างเว็บเมื่อมีฐานลูกค้าประจำ
สิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันแรกไม่ว่าอยู่ช่องทางไหน คือเก็บช่องทางติดต่อลูกค้าไว้เอง เพราะนั่นคือทรัพย์สินที่แท้จริงของร้าน